นักศึกษา 22 ชีวิต เรียนรู้ตั้งแต่ขั้นนิติบัญญัติ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จนถึงการบังคับใช้โทษ ณ เรือนจำกลางบางขวาง พิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และรัฐสภา
อาจารย์ ดร.อิศมนต์ เจียมสวัสดิ์ พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดิเรก หมานมานะ คณาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำนักศึกษาหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา จำนวน 22 คน เข้าศึกษาดูงานในหน่วยงานสำคัญของกระบวนการยุติธรรมไทย เมื่อวันที่ 16 – 17 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ครอบคลุมตั้งแต่รัฐสภา คณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เรือนจำกลางบางขวาง และกรมราชทัณฑ์ เพื่อประกอบการเรียนการสอนในรายวิชา 427 – 431 นโยบายอาญาและการบริหารงานยุติธรรม
จุดแรกของการศึกษาดูงานเริ่มต้นขึ้นที่รัฐสภา เมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน 2569 ซึ่งนักศึกษาได้เข้าศึกษาดูงานรัฐสภาและการประชุมสภา เพื่อทำความเข้าใจกระบวนการนิติบัญญัติอันเป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดนโยบายอาญาในระดับประเทศ ก่อนที่ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน คณะเดินทางต่อไปยังคณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เพื่อศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การเรียนการสอนในประเด็นกระบวนการนำหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นมิติสำคัญที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับการพิสูจน์ความจริงในคดีอาญา
วันถัดมา วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2569 คณะคณาจารย์นักศึกษาเดินทางเข้าศึกษาดูงาน ณ เรือนจำกลางบางขวาง ในประเด็นการบังคับใช้โทษสูงสุดภายใต้กรอบนโยบายอาญาและการบริหารงานยุติธรรม ซึ่งเป็นการเจาะลึกถึงปลายทางของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ก่อนปิดท้ายการศึกษาดูงานในช่วงบ่ายด้วยการเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ เพื่อศึกษาวิวัฒนาการของแนวคิดการลงโทษและการเปลี่ยนแปลงนโยบายอาญาของไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
การศึกษาดูงานครั้งนี้ดำเนินการโดยได้รับความอนุเคราะห์จากทุกหน่วยงาน ทั้งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร คณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง และกรมราชทัณฑ์ ซึ่งแต่ละหน่วยงานได้เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริง สอดรับกับเจตนารมณ์ของรายวิชา 427-431 ที่มุ่งให้นักศึกษาเข้าใจหลักการกำหนดนโยบายอาญา กระบวนการออกนโยบาย และการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติจากประสบการณ์และสถานการณ์จริง มากกว่าการเรียนรู้ผ่านเอกสารหรือการบรรยายในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว
การจัดกิจกรรมเรียนรู้นอกห้องเรียนในลักษณะนี้สะท้อนแนวทางการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ หรือ Experiential Learning ที่เปลี่ยนบทบาทของนักศึกษาจากผู้รับความรู้สู่ผู้มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้อย่างแท้จริง ผ่านการสังเกต การตั้งคำถาม และการสะท้อนผลจากสถานการณ์จริงในแต่ละหน่วยงาน อันจะช่วยให้นักศึกษามองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างทฤษฎีกับการปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับพันธกิจของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ในการส่งเสริมการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีทักษะการคิดวิเคราะห์และความเข้าใจต่อปัญหาสังคมอย่างรอบด้าน
กระบวนการยุติธรรมทางอาญาของไทย ประกอบด้วยหลายภาคส่วนที่ทำงานเชื่อมโยงกันเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่ฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งมีหน้าที่ออกกฎหมายและกำหนดนโยบายอาญาในระดับประเทศ ต่อเนื่องมาสู่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและนิติวิทยาศาสตร์ที่ทำหน้าที่พิสูจน์ความจริงด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีและลงโทษ ซึ่งกรมราชทัณฑ์เป็นหน่วยงานปลายทางที่รับผิดชอบการบริหารจัดการผู้ต้องขัง แนวคิดด้านการบริหารงานราชทัณฑ์ของไทยได้พัฒนาจากการมุ่งเน้นการลงโทษเพียงอย่างเดียว มาสู่การให้ความสำคัญกับการแก้ไขฟื้นฟูเพื่อเตรียมผู้ต้องขังกลับคืนสู่สังคม การทำความเข้าใจทั้งระบบตั้งแต่ต้นจนจบจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้นักศึกษาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยามองเห็นภาพรวมของกระบวนการยุติธรรมในมิติที่ครบถ้วน
การศึกษาดูงานในครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการทัศนศึกษา หากเป็นการหล่อหลอมนักศึกษาให้เข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างนโยบาย กฎหมาย และการปฏิบัติจริงในกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างลึกซึ้ง สอดคล้องกับ SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ ในการส่งเสริมการเรียนรู้เชิงประสบการณ์นอกห้องเรียน และ SDG 16 ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันเข้มแข็ง ในการสร้างความเข้าใจต่อกระบวนการนโยบายอาญาและการบริหารงานยุติธรรมที่เป็นรากฐานสำคัญของสังคมที่เป็นธรรม































