รายวิชาสัมมนาทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ชั้นปีที่ 4 เปิดเวทีนำเสนอผลงานสองหัวข้อ ทั้งเรื่องการต่อรองตัวตนในสังคมและปรากฏการณ์แฟนด้อมหญิงวัยนักศึกษา

หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดกิจกรรมประชุมสัมมนาและแสดงนิทรรศการผลงานนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ในรายวิชา 427-401 สัมมนาทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน 2569 ณ อาคาร 50 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยจัดสัมมนาสองช่วงในหัวข้อที่หลากหลาย ทั้งเรื่องการต่อรองตัวตนในสังคมร่วมสมัย และปรากฏการณ์แฟนคลับ K-pop ในกลุ่มหญิงวัยนักศึกษา เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับองค์ความรู้ที่หลากหลายและนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง
ช่วงเช้าของวันดังกล่าว ณ ห้อง 50427 นักศึกษาในความดูแลของ ดร.สมฤดี สงวนแก้ว ผู้สอนประจำรายวิชา ได้นำเสนอผลงานภายใต้หัวข้อ “ชีวิตที่ต้องต่อรอง ตัวตน โอกาส และความสัมพันธ์ในสังคมร่วมสมัย” ซึ่งสะท้อนมุมมองทางสังคมวิทยาต่อการดิ้นรนและปรับตัวของปัจเจกบุคคลท่ามกลางบริบททางสังคมที่ซับซ้อนในยุคปัจจุบัน โดยได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ฐานิดาภัทร แสงทอง มาเป็นผู้วิพากษ์ผลงาน ช่วยเสริมมุมมองเชิงวิชาการให้นักศึกษาทั้ง 6 คนได้ขัดเกลาผลงานให้มีความสมบูรณ์และลุ่มลึกยิ่งขึ้น
ต่อเนื่องมาในช่วงบ่าย ณ ห้องมะเดื่อ เป็นคิวของนักศึกษาในความดูแลของ ดร.สาลาม๊ะ หลงสะเตียะ ที่นำเสนอผลงานสัมมนาหัวข้อ ” ความผูกพัน การบริโภคและการสร้างความหมาย : โลกชีวิตของแฟนคลับ K-pop หญิงวัยนักศึกษา ” ผลงานวิจัยชิ้นนี้เป็นความร่วมมือของนักศึกษาห้าคน ได้แก่ อามานี กียะ ซูไวบะห์ ดอตา ลีนา แมะ นาดียา ยูโซะ และณัฐชา ศักดาวงษ์ ซึ่งร่วมกันสำรวจปรากฏการณ์ทางสังคมที่กำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในหมู่คนรุ่นใหม่ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อารีย์ ธรรมโคร่ง และผู้ช่วยศาสตราจารย์อรพรรณ จันทร์เทา ให้เกียรติมาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิวิพากษ์บทความและการนำเสนอ ช่วยชี้แนะมุมมองเชิงลึกทั้งด้านทฤษฎีและระเบียบวิธีวิจัยแก่นักศึกษา
ในเวลาเดียวกันกับสัมมนาช่วงเช้า ยังมีอีกหนึ่งนิทรรศการคู่ขนานที่น่าสนใจไม่แพ้กัน จัดขึ้น ณ ห้อง 50226 ภายใต้หัวข้อรวม ” ชีวิตใต้ร่มเงาผืนป่า: ความรู้ ความเชื่อ และการเปลี่ยนแปลงของโอรังอัสลี ” ซึ่งเป็นผลงานของนักศึกษาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาอีกกลุ่มหนึ่งที่ลงพื้นที่ศึกษาวิถีชีวิตของชาวจาไฮในจังหวัดยะลาและนราธิวาสอย่างลึกซึ้ง ครอบคลุมประเด็นที่หลากหลาย ทั้งการดูแลหลังคลอดในวิถีชีวิตของผู้หญิงชาวจาไฮโดยปัถยานี ดวงเพชร การล่าสัตว์และการหาอาหารของโอรังอัสลีโดยอาดือนัน หะมะ การถ่ายทอดความรู้ที่ทำให้ป่ากลายเป็นบ้านของเด็กชาวจาไฮโดยกูหัชวานี อับดุลบุตร มุมมองการปรับตัวของชาวจาไฮในโลกสมัยใหม่โดยดาเนียล อีซอ และสมุนไพรกับความงามของหญิงสาวชาวจาไฮโดยฟาตีหม๊ะห์ กาเด็ง โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต ไกรวิจิตร เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาผลงานวิจัย และได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาผลงานสามท่าน ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมัชชา นิลปัทม์ จากคณะวิทยาการสื่อสาร ดร.เนตรดาว ยั่งยุบล จากคณะรัฐศาสตร์ และณายิบ อาแวบือซา นักสถาปนิกผู้สนใจเพื่อนมนุษย์ มาร่วมให้ข้อเสนอแนะเชิงลึกแก่นักศึกษา
การจัดสัมมนาและนิทรรศการหลายหัวข้อในวันเดียวกันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ได้ฝึกฝนทักษะการวิจัยทางสังคมศาสตร์อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การตั้งคำถามวิจัย การเก็บข้อมูล ไปจนถึงการนำเสนอผลการศึกษาต่อสาธารณะในรูปแบบวิชาการ โดยในการนี้ รองศาสตราจารย์ ดร. อัลญาณ์ สมุห์เสนีโต ประธานหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา กล่าวรายงานต่อ ผู้ช่วยศาสตราจารย์บัญชา เตส่วน รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและองค์กรสัมพันธ์ เป็นผู้แทนคณบดีในการเปิดงาน สร้างขวัญกำลังใจให้แก่นักศึกษาที่ตั้งใจนำเสนอผลงานวิชาการในครั้งนี้ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่จะติดตัวนักศึกษาไปสู่การประกอบวิชาชีพในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นสายงานวิจัย งานพัฒนาสังคม หรือสายงานอื่นที่ต้องอาศัยการทำความเข้าใจพฤติกรรมและปรากฏการณ์ทางสังคมอย่างรอบด้าน สอดคล้องกับพันธกิจของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ในการผลิตบัณฑิตที่มีทักษะการคิดวิเคราะห์และความสามารถในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการไปประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาสังคมได้อย่างแท้จริง
การสัมมนาทางวิชาการถือเป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในหลักสูตรสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เนื่องจากเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้นำองค์ความรู้ทางทฤษฎีมาปรับใช้กับการวิจัยภาคสนามจริง ตั้งแต่การกำหนดโจทย์วิจัยที่สะท้อนปรากฏการณ์ทางสังคมร่วมสมัย การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพผ่านการสัมภาษณ์และการสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม ไปจนถึงการวิเคราะห์และนำเสนอผลการศึกษาต่อหน้าผู้ทรงคุณวุฒิ กระบวนการเช่นนี้ไม่เพียงฝึกฝนทักษะการวิจัยให้นักศึกษา แต่ยังเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองข้ามสาขาวิชา เพราะหัวข้องานวิจัยที่นักศึกษาเลือกศึกษามักครอบคลุมประเด็นหลากหลาย ทั้งเรื่องอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ชาติพันธุ์ และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนเป็นแก่นสำคัญของศาสตร์ทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาที่ช่วยให้เข้าใจสังคมมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้งและรอบด้านยิ่งขึ้น
การเปิดเวทีให้นักศึกษาได้นำเสนองานวิจัยทั้งสามหัวข้อในวันนี้ จึงเป็นการบ่มเพาะนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงสังคมศาสตร์อย่างรอบด้าน สอดคล้องกับ SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ ในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ผ่านการวิจัยและการนำเสนอผลงานทางวิชาการ อันเป็นทักษะสำคัญที่จะติดตัวนักศึกษาไปสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมต่อไป





















