เปิดรันเวย์กลางกรุง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ. ผนึกกำลังคณะพันธมิตร ปั้นงานวิจัยบาติกชายแดนใต้

โครงการหน่วยเร่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์พหุวัฒนธรรมชายแดนใต้ จับมือ Central Group และ บพข. ส่งผลงานผู้ประกอบการบาติก 6 ราย ร่วมงาน “อัยยะ ปักษ์ใต้ 3” ที่ช่างชุ่ย

ลายผ้าบาติกจากปลายด้ามขวานได้ไปไกลถึงกลางกรุง รองศาสตราจารย์ ดร.ชาคร ประพรหม หัวหน้าโครงการวิจัยการจัดตั้งหน่วยเร่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์พหุวัฒนธรรมชายแดนใต้ ผลิตภัณฑ์บาติก : อัตลักษณ์งานหัตถศิลป์ชายแดนใต้ นำผลสัมฤทธิ์ของงานวิจัยเข้าร่วมจัดแสดงในงาน ” อัยยะ ปักษ์ใต้ 3 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL III ” ระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2569 ผ่านมา ณ ช่างชุ่ย Creative Park กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท. ) ภูมิภาคภาคใต้ ร่วมกับ Flynow ภายใต้แนวคิด ” สีสัน เส้นสาย และลายเส้น ” ที่พาผู้ชมชาวกรุงดื่มด่ำสู่เสน่ห์และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของปักษ์ใต้ผ่านผลงานแฟชั่นบนรันเวย์แบบปักษ์ใต้บนเครื่องบินกลางช่างชุ่ย

โครงการวิจัยดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ( บพข. ) พร้อมได้รับความร่วมมือจาก Central Group พันธมิตรยักษ์ใหญ่ด้านการตลาด ที่เข้ามาร่วมให้คำปรึกษาตลอดกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ก่อนที่ผืนผ้าบาติกจากชายแดนใต้จะได้รับการคัดเลือกให้ขึ้นเฉิดฉายในเทศกาลระดับประเทศที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งกลายเป็นจุดนัดพบสุดฮิตของคนรักอาหารและวัฒนธรรมปักษ์ใต้กลางกรุงเทพฯ ไปเรียบร้อยแล้ว

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจสำคัญของ PSU Art Business Accelerate Platform ( PSU_ArtBAP ) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการในพื้นที่ชายแดนใต้ให้สามารถต่อยอดอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยเป็นงานวิจัยบูรณาการร่วมกันของ 3 คณะ ได้แก่ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ และคณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผสานพลังองค์ความรู้ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ศิลปะ และการสื่อสาร เข้าด้วยกันจนหัตถศิลป์ท้องถิ่นก้าวข้ามพรมแดนจังหวัดสู่สายตาคนทั้งประเทศได้สำเร็จ

สำหรับผู้ประกอบการบาติกและนักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมโครงการวิจัยมีจำนวน 6 ราย ครอบคลุมพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ WAEPA Batik จากอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส De Nara Batik จากอำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี TANA Batik จากอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา Raya Batik จากอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี The Sum Craft จากอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส และ Kurfan Gallery จากอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี แต่ละรายต่างนำลวดลายและเทคนิคบาติกอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของตนขึ้นอวดโฉม สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของพื้นที่ชายแดนใต้ผ่านผืนผ้าได้อย่างโดดเด่นไม่ซ้ำใคร

การได้ขึ้นเวทีระดับประเทศกลางกรุงเทพเช่นนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่เปิดประตูให้ผลิตภัณฑ์บาติกจากชายแดนใต้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคและตลาดแฟชั่นในวงกว้างมากขึ้น ตลอดจนสร้างการรับรู้ถึงคุณค่าของหัตถศิลป์พื้นถิ่นที่สั่งสมภูมิปัญญาผ่านหลายชั่วอายุคนให้เป็นที่ประจักษ์ในสายตาคนเมือง ควบคู่ไปกับการยกระดับขีดความสามารถทางธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

การดำเนินงานของโครงการยังสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในแนวทาง ” ม.อ. เพื่อสังคมยั่งยืน ” ที่มุ่งขับเคลื่อนองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ให้เติบโตอย่างมั่นคงผ่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่น

บาติก ( Batik ) เป็นศิลปะการย้อมผ้าด้วยเทคนิคกันสีโดยใช้เทียนหรือขี้ผึ้งเขียนลวดลายก่อนนำไปย้อมสี ซึ่งแพร่หลายอยู่ในหลายพื้นที่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนใต้ของไทยที่มีวัฒนธรรมร่วมกับโลกมลายู ลวดลายบาติกในแต่ละพื้นที่มักสะท้อนเรื่องราวทางธรรมชาติ วิถีชีวิต และความเชื่อของชุมชนที่ผลิตขึ้น ปัจจุบันการนำงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมอย่างบาติกมาต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านการออกแบบร่วมกับนักออกแบบมืออาชีพและการเชื่อมโยงกับช่องทางการตลาดที่มีศักยภาพ ถือเป็นแนวทางสำคัญที่หลายประเทศใช้ในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่ไปกับการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ซึ่งช่วยให้มรดกทางวัฒนธรรมไม่เพียงถูกอนุรักษ์ไว้ในพิพิธภัณฑ์ แต่ยังคงมีชีวิตและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริงในปัจจุบัน

การนำผลงานวิจัยบาติกชายแดนใต้ไปจัดแสดงในเทศกาล ” อัยยะ ปักษ์ใต้ 3 ” ครั้งนี้ ตอกย้ำบทบาทของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการไปต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับ SDG 1 การขจัดความยากจน ในการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ชายแดนใต้ SDG 8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผ่านการยกระดับหัตถศิลป์ท้องถิ่นสู่ตลาดระดับประเทศ และ SDG 9 การส่งเสริมอุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้จาก 3 คณะเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจสร้างสรรค์

Scroll to Top