คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ. เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอาเซียน ต้อนรับคณะ Telkom University อินโดนีเซีย 

School of Communication and Social Sciences จาก Telkom University ประเทศอินโดนีเซีย ส่งทีมคณาจารย์ระดับผู้บริหาร 10 คน บินตรงสู่ปัตตานี ร่วมจัดกิจกรรมบริการวิชาการข้ามวัฒนธรรมไทย-อินโดนีเซีย เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมืออาเซียนในระดับสากล โครงการ ” Promoting Indonesian Cultures & Language through Community Services “

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยหลักสูตรสิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษามลายูและมลายูศึกษา ต้อนรับคณะจาก School of Communication and Social Sciences แห่ง Telkom University สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ในโครงการบริการวิชาการชุมชน ” Promoting Indonesian Cultures & Language through Community Services ” เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นับเป็นความร่วมมือทางวิชาการและวัฒนธรรมที่เป็นรูปธรรมอีกก้าวสำคัญระหว่างสองสถาบันในกลุ่มประเทศอาเซียน

โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความไว้วางใจของ Dr. Iis Kurnia Nurhayati, S.S., M.Hum. คณบดี School of Communication and Social Sciences แห่ง Telkom University กับคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หลังจากที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชิดชัย อุดมพันธ์ คณบดี ได้ตอบรับข้อเสนอการจัดโครงการในหลักการ จนนำมาสู่การส่งคณะผู้แทนระดับสูงจำนวน 10 ท่านเดินทางมายังปัตตานีในครั้งนี้

กิจกรรมจัดขั้นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมแบบมีส่วนร่วม ครอบคลุม 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ Public Speaking & Social Media Management in Indonesian Context ที่มุ่งพัฒนาทักษะการสื่อสารในบริบทภาษาอินโดนีเซียและการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อการสื่อสารทางวัฒนธรรม Digital Storytelling in Bahasa Indonesia ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสร้างสรรค์เรื่องเล่าดิจิทัลผ่านเครื่องมือมัลติมีเดียอย่างสร้างสรรค์ และ Learning Bahasa Indonesia through Traditional Games ที่บูรณาการเกมพื้นบ้านอินโดนีเซียเข้ากับการเรียนภาษาในบรรยากาศที่สนุกสนานและเป็นธรรมชาติ ก่อนปิดท้ายด้วยการนำเสนอและอภิปรายสรุปผลการเรียนรู้ร่วมกัน

ความร่วมมือระหว่างคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กับ Telkom University ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เปิดประตูสู่การแลกเปลี่ยนทางวิชาการและวัฒนธรรมระหว่างไทยและอินโดนีเซีย หากยังตอกย้ำบทบาทของคณะฯ ในฐานะสถาบันที่ยืนหนึ่งด้านภาษาและวัฒนธรรมในระดับอาเซียน สอดรับกับสมรรถนะหลัก ” ยืนหนึ่งเรื่องภาษา เชี่ยวชาญพัฒนาพื้นที่ ” และวิสัยทัศน์ในการสร้างความมั่นคงของชุมชนภาคใต้อย่างยั่งยืน ตามแนวทาง SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ SDG 11 ชุมชนที่ยั่งยืน และ SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

Scroll to Top