คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมเป็นสักขีพยานสำคัญ มุ่งขับเคลื่อนงานด้านการรู้หนังสือ ทักษะชีวิต และการคุ้มครองเด็กในพื้นที่ภาคใต้

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ( Framework Memorandum of Understanding ) เมื่อวันจันทร์ ที่ 7 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ณ ปัตตานีภิรมย์ ชั้น 3 สำนักงานวิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรุณีวรรณ บัวเนี่ยว รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม วิทยาเขตปัตตานี เป็นผู้แทนลงนามในนามมหาวิทยาลัยสงขลานครินทรื และนายอาฐินนท์ พึ่งสันเทียะ ผู้จัดการฝ่ายดำเนินพันธกิจภาคสนามกลุ่มพื้นที่ภาค อีสานและภาคใต้เป็นผู้แทนลงนามในนามมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชิดชัย อุดมพันธ์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และนายโก๋มารุดดิน แซเมาะ ผู้ประสานงานโครงการพื้นที่จังหวัดนราธิวาส มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามครั้งนี้
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายในการส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินกิจกรรมหรือโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ การศึกษา การพัฒนาชุมชน และการพัฒนาศักยภาพบุคคล โดยยึดหลักความร่วมมือ ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ ความสุจริต และการเคารพกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของแต่ละฝ่าย
สำหรับขอบเขตความร่วมมือครอบคลุมหลายมิติที่เชื่อมโยงกับพันธกิจของทั้งสององค์กร อาทิ ด้านการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการบรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน ด้านความมั่นคงทางอาหาร โภชนาการ และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการรู้หนังสือ ทักษะชีวิต และการคุ้มครองเด็ก ด้านสุขภาพและสุขภาพจิต ตลอดจนด้านการวิจัยร่วมและการพัฒนาองค์ความรู้ รวมถึงการฝึกอบรมและการพัฒนาสมรรถนะบุคลากร ทั้งนี้ รายละเอียดของแต่ละโครงการจะมีการจัดทำเป็นบันทึกข้อตกลงเฉพาะโครงการเพิ่มเติม เพื่อกำหนดขอบเขตการดำเนินงาน ระยะเวลา งบประมาณ และบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจนในลำดับต่อไป
ในพิธีลงนามครั้งนี้ นอกจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชิดชัย อุดมพันธ์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์แล้ว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิรัชยา เจียวก๊ก อาจารย์ประจำสาขาวิชาพัฒนาสังคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ร่วมลงนามเป็นสักขีพยานฝ่ายมหาวิทยาลัย สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของคณะในฐานะหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสังคมและชุมชน ซึ่งจะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป
ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย นับเป็นการผสานจุดแข็งขององค์กรวิชาการเข้ากับองค์กรพัฒนาเอกชนที่มีเครือข่ายการทำงานเชิงพื้นที่ ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพในการดำเนินงานด้านการศึกษา การพัฒนาศักยภาพเยาวชน และการคุ้มครองเด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ดำเนินงานด้านการพัฒนา งานบรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน และการรณรงค์เพื่อความเป็นธรรมในสังคมมาอย่างต่อเนื่องกว่า 50 ปี โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็ก ครอบครัว และชุมชนอย่างครบบริบูรณ์ ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาความยากจนที่ต้นเหตุ โดยไม่เลือกปฏิบัติในเรื่องเชื้อชาติ เพศ หรือศาสนา ที่ผ่านมามูลนิธิฯ มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในสถานการณ์วิกฤตต่าง ๆ ของประเทศ อาทิ การให้ความช่วยเหลือเด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน โดยเฉพาะการดูแลเด็กในศูนย์พักพิงชั่วคราวและการวางแผนฟื้นฟูในระยะยาว ล่าสุดมูลนิธิฯ ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ภายใต้แนวคิด “Bold Hope, Make Hope Real” เพื่อเปลี่ยนความหวังให้เป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงกับเด็กและชุมชน ท่ามกลางความเปราะบางของเด็กไทยในปัจจุบันที่มีความซับซ้อนมากขึ้นทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การทำงานเคียงข้างเด็กและชุมชนอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาอนาคตของเด็กไทยไม่ใช่ภารกิจขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วนในสังคม ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของความร่วมมือระหว่างมูลนิธิฯ กับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในครั้งนี้
ความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะสถาบันการศึกษาที่มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงให้แก่ชุมชนภาคใต้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับ SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ ในการส่งเสริมการรู้หนังสือและทักษะชีวิตแก่เยาวชน และ SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการผนึกกำลังระหว่างภาควิชาการและองค์กรพัฒนาเอกชนเพื่อประโยชน์ของชุมชนในพื้นที่









