คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ. ร่วมมหกรรมนวัตกรรมทางสังคมพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ชูแนวคิดคุ้มครองเด็ก เยาวชน และครอบครัว 

ผนึกกำลังสหวิทยาการ ยกระดับองค์ความรู้ด้านการคุ้มครองสิทธิเด็กในพื้นที่ภาคใต้

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เชิดชัย อุดมพันธ์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศรัณย์ลิตา โชติรัตน์ รองคณบดีฝ่ายนิเวศดิจิทัลและระบบคุณภาพ ผู้ช่วยศาสตราจารย์บัญชา เตส่วน รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและองค์กรสัมพันธ์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ นัสรินทร์ แซสะ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการและบริการสังคม ร่วมงานมหกรรมนวัตกรรมทางสังคมพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ภายใต้ธีม “ โชว์ แชร์ ชูต ” เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องศรีวังสา ชั้น 3 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อเป็นเวทีเผยแพร่องค์ความรู้และแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองสิทธิเด็กระหว่างหน่วยงานและสถาบันการศึกษาต่างๆ โดยคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมงาน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงวิชาการและเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือด้านการคุ้มครองเด็กกับหน่วยงานภาคีในพื้นที่ ในการนี้ ยังได้รับเกียรติจากนางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมเป็นเกียรติในงานครั้งนี้ด้วย

งานมหกรรมนวัตกรรมทางสังคมพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ” พลิกโฉมระบบคุ้มครองทางสังคมเพื่อเด็ก เยาวชน และครอบครัวชายแดนใต้ ” มุ่งเน้นประเด็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางเพื่อการก้าวข้ามความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเป็นความร่วมมือของหลายภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม การได้รับเกียรติจากผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เข้าร่วมงาน สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของประเด็นการคุ้มครองเด็กและเยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้ในระดับนโยบายประเทศ

ภายในงาน ได้ชูแนวคิดการพลิกโฉมระบบคุ้มครองทางสังคมเพื่อเด็ก เยาวชน และครอบครัวเปราะบาง ผ่านการใช้นวัตกรรมแพลตฟอร์ม ” เติมเต็ม ” ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเก็บข้อมูลในการทำงานเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา การเข้าไม่ถึงระบบบริการสาธารณสุข และการเข้าไม่ถึงสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ โดยครอบคลุมการทำงานทั้ง 4 มิติ ได้แก่ มิติอาชีพ มิติสุขภาพ มิติการศึกษา และมิติสังคม ซึ่งเปรียบเสมือน 4 กลีบดอกไม้ที่พร้อมเติบโตเบ่งบานในระดับชุมชนสู่การขับเคลื่อนเป็นนโยบายสาธารณะต่อไป

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เชิดชัย อุดมพันธ์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศรัณย์ลิตา โชติรัตน์ รองคณบดีฝ่ายนิเวศดิจิทัลและระบบคุณภาพ ผู้ช่วยศาสตราจารย์บัญชา เตส่วน รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและองค์กรสัมพันธ์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ นัสรินทร์ แซสะ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการและบริการสังคม และรองศาสตราจารย์ ดร. จิรัชยา เจียวก๊ก ประธานหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการพัฒนาสังคม  ร่วมงานเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์การทำงานด้านบริการวิชาการเพื่อสังคม พร้อมทั้งเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจด้านการบริการวิชาการแก่สังคมของคณะฯ

ที่สำคัญ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นหนึ่งในภาคีเครือข่ายสำคัญที่ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ( MOU ) ในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองเด็กจังหวัดปัตตานี ร่วมกับจังหวัดปัตตานี เทศบาลตำบลบ่อทอง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ( สสส. ) มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนานโยบาย ( สวน. ) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ภายใต้ชื่อ ” เครือข่ายเติมเต็มความร่วมมือในการรังสรรค์นวัตกรรมคุ้มครองเด็กจังหวัดปัตตานี ( TERMTEM )” ซึ่งมุ่งลดความเหลื่อมล้ำตามนโยบายขจัดความยากจนและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยองค์การบริหารส่วนตำบลต้นหยงลุโละได้รับการยกย่องให้เป็น อบต. ต้นแบบการรังสรรค์นวัตกรรมคุ้มครองเด็กแห่งแรกของประเทศไทย

กระบวนการทำงานของแพลตฟอร์มเติมเต็มดำเนินไปตาม 3 ขั้นตอนหลักของการรังสรรค์นวัตกรรม เริ่มจากการค้นพบปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำผ่านพลังของเครือข่ายงานสังคมในพื้นที่ ต่อด้วยการออกแบบ “เส้นทางจัดบริการ 4 มิติไร้รอยต่อ ” หรือ Journey of Services ( JOS ) ซึ่งกำหนดเป้าหมายและกรอบเวลาการให้บริการเด็กและผู้ปกครองอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การประเมินอาการ การจัดทำแผนการเรียนรายบุคคล ไปจนถึงการจัดการศึกษาตามศักยภาพของเด็กแต่ละคน และปิดท้ายด้วยการเชื่อมโยงข่าวสารระหว่างผู้กำหนดนโยบาย ผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนเด็กและผู้ปกครอง เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในการตัดสินใจและปรับทักษะของแต่ละฝ่าย

หากมองในเชิงเทคนิค แพลตฟอร์มเติมเต็มถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่ซ่อนอยู่ในระบบคุ้มครองเด็กแบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเด็กแต่ละคนที่กระจัดกระจายอยู่หลายหน่วยงานโดยไม่มีระบบกลางเชื่อมโยง การประสานงานที่ล่าช้าจนเด็กเสียโอกาสได้รับการดูแลทันเวลา และการที่ผู้บริหารขาดข้อมูลภาพรวมทำให้ตัดสินใจเชิงนโยบายได้ยาก โดยตัวระบบประกอบด้วยโมดูลการทำงานหลักที่ครอบคลุมทั้งการวางแผนบริการรายเด็ก การประสานงานระหว่างหน่วยงาน การแบ่งปันข้อมูลอย่างปลอดภัย การติดตามผลแบบเรียลไทม์ การสร้างรายงานอัตโนมัติ การเชื่อมต่อกับระบบภายนอก และระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะเมื่อพบเคสที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน การทำงานของแพลตฟอร์มแบ่งเป็น 4 ขั้นตอนหลัก ตั้งแต่การลงพื้นที่ค้นพบและลงทะเบียนเด็กเปราะบางผ่านมือถือ การประเมินคุณภาพชีวิตเด็กใน 4 มิติเพื่อจัดลำดับความเร่งด่วน การวางแผนและส่งต่อบริการที่เหมาะสม ไปจนถึงการติดตามผลและรายงานความคืบหน้าแบบเรียลไทม์ผ่านแดชบอร์ดสำหรับผู้บริหาร ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดจากแพลตฟอร์มระบุว่ามีเด็กในระบบรวมกว่า 2,201 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กที่ประสบภาวะคุณภาพชีวิตซับซ้อนและเร่งด่วนถึง 506 คน และมีเด็กที่ได้รับการปกป้องคุ้มครองแล้ว 201 คน ครอบคลุมการดำเนินงานใน 25 เขตพื้นที่ และ 125 ชุมชน

การเข้าร่วมงานมหกรรมวิชาการคุ้มครองเด็กครั้งนี้ ตอกย้ำบทบาทของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านสังคมศาสตร์ที่นำไปสู่การคุ้มครองสิทธิเด็กอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับแนวทาง SDG 16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันเข้มแข็ง และ SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

Scroll to Top