ที่ประชุมเห็นชอบ 3 มติสำคัญ ทั้งคู่มือปฏิบัติงาน แผนควบคุมคุณภาพ และร่างประกาศโฆษณา GI ไทย “สินค้าน้ำบูดูสายบุรี” มุ่งยกระดับสินค้าเกษตรแปรรูปชายแดนใต้สู่การรับรองระดับชาติ
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ( GI ) จังหวัดปัตตานี เมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมหาดวาสุกรี อาคาร 3 ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดปัตตานี เพื่อพิจารณาและผลักดันการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย ” สินค้าน้ำบูดูสายบุรี ” ( Sai Buri Budu Sauce หรือ Nam Budu Sai Buri ) อันเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทรงคุณค่าของจังหวัดปัตตานี

การประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรอัตลักษณ์และสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์มหาวิทยาลัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ว่าจ้างคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นที่ปรึกษาและดำเนินโครงการฯ โดยมีนายไพรัตน์ จีรเสถียร ที่ปรึกษารองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นตัวแทนนำเสนอข้อมูลในที่ประชุม
ในส่วนของสาระสำคัญ ที่ประชุมได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการจัดทำคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยสินค้าน้ำบูดูสายบุรี ซึ่งมีการประชุมคณะทำงานมาแล้ว 2 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมหาดวาสุกรี ศาลากลางจังหวัดปัตตานี และครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมศรีนครา อาคาร 2 ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดปัตตานี ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการในครั้งนี้
น้ำบูดูสายบุรี เป็นสินค้าเกษตรแปรรูปที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น ผลิตจากปลากะตักและปลาไส้ตันจากชาวประมงที่กลั้วเข้าฝั่งในตอนเช้า ผสมกับเกลือสมุทรชนิดเม็ดจากจังหวัดปัตตานีหรือจังหวัดสมุทรสงครามในอัตราส่วนปลา 3 ส่วนต่อเกลือ 1 ส่วน ก่อนหมักในบ่อซีเมนต์ตามภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวมลายูนาน 8-12 เดือน โดยพื้นที่ผลิตครอบคลุม 5 อำเภอ ของจังหวัดปัตตานี ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอยะหริ่ง อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี และอำเภอไม้แก่น

น้ำบูดูสายบุรีมีลักษณะเฉพาะตัวที่โดดเด่นทั้งด้านกายภาพและเคมี โดยแบ่งออกเป็น 4 ชนิดหลัก ได้แก่ บูดูน้ำใส ที่มีสีน้ำตาลเข้มขุ่นน้อย กลิ่นหอมละมุนชวนน้ำลายสอ ไม่เหม็นคาว รสกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ บูดูน้ำข้น ที่มีความเข้มข้นสูง กลิ่นหอมอบอวลจัดจ้าน รสเข้มข้นมันหวานจากเนื้อปลา บูดูปรุงรสน้ำใส ที่มีกลิ่นหอมนุ่มนวล รสเค็มหวานผสมส้มบางเบา เหมาะสำหรับการรับประทานโดยตรง และ บูดูปรุงรสน้ำข้น ที่มีกลิ่นหอมชัดเจน แตะจมูก รสเค็มหวานกลมกล่อมไม่เค็มโดด โดยลักษณะทางเคมีที่เป็นเอกลักษณ์คือปริมาณเกลือในบูดูน้ำใสและบูดูน้ำข้นอยู่ที่ร้อยละ 19-25 ส่วนบูดูปรุงรสอยู่ที่ร้อยละ 10-12 และค่า pH อยู่ระหว่าง 5.3-6.6
ความโดดเด่นของน้ำบูดูสายบุรีมาจากปัจจัยทางภูมิศาสตร์และระบบนิเวศที่เป็นเอกลักษณ์ โดยพื้นที่อ่าวไทยตอนล่างบริเวณชายฝั่งจังหวัดปัตตานีเป็นแหล่งรวมของปลาผิวน้ำขนาดเล็ก โดยเฉพาะปลากะตักและปลาไส้ตัน ซึ่งได้รับอิทธิพลจากแม่น้ำปัตตานีและแม่น้ำสายบุรีที่ไหลพาสารอาหารลงสู่ทะเล ทำให้ปลามีความอุดมสมบูรณ์สูงและเหมาะสมสำหรับการผลิตน้ำบูดูคุณภาพเยี่ยม นอกจากนี้ ภูมิปัญญาการทำน้ำบูดูที่ถ่ายทอดมาอย่างยาวนานกว่า 200 ปีในชุมชนชาวมลายูมุสลิม โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลปะเสยาวอ อำเภอสายบุรี ยังคงได้รับการสืบสานจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน
ด้านชื่อเสียงและการรับรู้ของตลาด น้ำบูดูสายบุรีเคยปรากฏในรายการโทรทัศน์ระดับประเทศ อาทิ รายการ “ตามอำเภอจาน” ทางช่องอมรินทร์ทีวี และรายการ “ช่วงของดีบ้านฉัน” พร้อมทั้งมีโครงการ “สายบุรี บูดู สูตลาดโลก” ภายใต้การสนับสนุนของ ศอ.บต. ที่มุ่งพัฒนาสินค้าน้ำบูดูสายบุรีสู่ตลาดนานาชาติ โดยปัจจุบันยังมีการจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์อย่างแพร่หลาย สะท้อนศักยภาพของสินค้าที่พร้อมก้าวสู่ตลาดส่งออกทั้งในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และตลาดอื่นๆ ทั่วโลก
ผลการประชุมคณะกรรมการอำนวยการสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จังหวัดปัตตานี ในครั้งนี้ มีมติเห็นชอบในวาระสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
มติที่ 1 เห็นชอบร่างคู่มือการปฏิบัติงานสำหรับสมาชิกผู้ขอใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สินค้าน้ำบูดูสายบุรี โดยมอบหมายให้คณะที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปรับรายละเอียดให้สอดคล้องเชื่อมโยงกับแบบ สช.01 และแบบ สช.12 ที่ได้พิจารณาร่วมกัน
มติที่ 2 เห็นชอบร่างแผนการควบคุมตรวจสอบสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สินค้าน้ำบูดูสายบุรี โดยมอบหมายให้คณะที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดให้สอดคล้องเชื่อมโยงตามแบบ สช.01 และแบบ สช.12 เช่นเดียวกัน
มติที่ 3 เห็นชอบร่างประกาศโฆษณาการรับขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สินค้าน้ำบูดูสายบุรี โดยมอบหมายให้คณะที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดให้ถูกต้องสอดคล้องตามแบบ สช.01 และแบบ สช.12
ทั้งนี้ คณะทำงานฯ ได้มอบหมายให้คณะที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตรวจสอบความถูกต้องของการสะกดคำและการตัดคำทั้งหมดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการจัดส่งให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาพิจารณาต่อไป
การที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับความไว้วางใจจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นที่ปรึกษาและขับเคลื่อนการจัดทำ GI น้ำบูดูสายบุรีในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของคณะฯ ในการนำองค์ความรู้เชิงพื้นที่มาบูรณาการกับการคุ้มครองและยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นของชายแดนใต้สู่มาตรฐานสากล สอดรับกับสมรรถนะหลักของคณะฯ ที่เชี่ยวชาญการพัฒนาพื้นที่ และวิสัยทัศน์ในการสร้างความมั่นคงของชุมชนภาคใต้อย่างยั่งยืน ตามแนวทาง SDG 8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ SDG 11 ชุมชนที่ยั่งยืน และ SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน






































































