เดินหน้าผลักดัน ” น้ำบูดูสายบุรี ”  สู่สินค้า GI ไทย คณะมนุษยสังคม สงขลานครินทร์ ร่วมประชุมคณะทำงานครั้งแรก วัฒนธรรมจังหวัดปัตตานีนั่งหัวโต๊ะ

15 มิ.ย. 2569 ห้องประชุมมหาวาสุกรี อาคารศาลากลาง จ.ปัตตานี — นายฐปนัท วงศ์ศานติบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี เป็นประธาน พร้อมเร่งร่างคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ มูลค่าโครงการ 3.5 แสนบาท

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดประชุมคณะทำงานจัดทำคำขอสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย เพื่อขึ้นทะเบียนสินค้า ” น้ำบูดูสายบุรี ” ( Sai Buri Budu Sauce หรือ Nam Budu Sai Buri ) จังหวัดปัตตานี ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา  ณ ห้องประชุมมหาวาสุกรี ชั้น 4 อาคารศาลากลาง อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี โดยมี นายฐปนัท วงศ์ศานติบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี เป็นประธานการประชุม มุ่งผลักดันเครื่องปรุงรสอัตลักษณ์พื้นถิ่นของชาวมลายูปัตตานีให้ได้รับการคุ้มครองในระดับประเทศอย่างเป็นทางการ

น้ำบูดูสายบุรี คือ ภูมิปัญญาการแปรรูปปลาทะเล ที่ฝังรากลึกในวิถีชีวิตของชุมชนประมงพื้นบ้านชายฝั่งปัตตานีมาอย่างยาวนาน ผลิตจากปลานาดเล็ก โดยเฉพาะ ปลากะตัก ปลาไส้ตัน ผสมกับเกลือสมุทรในอัตราส่วนปลา 3 ส่วน ต่อเกลือ 1 ส่วน หมักในโอ่ง บ่อซีเมนต์ หรือถังพลาสติก เป็นระยะเวลา 8 – 12 เดือน ด้วยกรรมวิธีที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นผ่านภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ไม่มีสูตรตายตัว แต่อาศัยความชำนาญและความรู้สึกของผู้ผลิตที่สั่งสมมาตลอดชีวิต

น้ำบูดูสายบุรีมีอยู่ด้วยกัน 4 ชนิด ได้แก่ บูดูน้ำใส บูดูน้ำข้น บูดูปรุงรสน้ำใส และบูดูปรุงรสน้ำข้น แต่ละชนิดมีลักษณะเฉพาะทั้งสี กลิ่น รสชาติ และความข้นที่แตกต่างกัน สะท้อนภูมิปัญญาการควบคุมคุณภาพที่แม้ไม่มีห้องแล็บ แต่ผู้ผลิตสามารถคัดแยกและกำหนดมาตรฐานได้อย่างแม่นยำ โดยค่า pH ของน้ำบูดูสายบุรีอยู่ระหว่าง 5.3–6.6 พื้นที่ผลิตกระจายอยู่ใน 5 อำเภอ ของจังหวัดปัตตานี ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอยะหริ่ง อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี และอำเภอไม้แก่น

การประชุมครั้งนี้ดำเนินการภายใต้โครงการงานจ้างที่ปรึกษาจัดทำคำขอสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย ซึ่งคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับมอบหมายจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา วงเงิน 350,000 บาท ระยะเวลาดำเนินงาน 180 วัน ตั้งแต่ 19 มกราคม – 18 กรกฎาคม 2569 โดยมี ดร.สรรวภัทร พัฒโร เป็นหัวหน้าโครงการ และ รศ.ดร.จิรัชยา เจียวก๊ก เป็นเลขานุการโครงการ

วาระสำคัญในการประชุมครอบคลุมการพิจารณาร่างคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ตามแบบ สช 01 และ สช 02 ร่างคู่มือการปฏิบัติงานสำหรับสมาชิกผู้ขอใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ “น้ำบูดูสายบุรี” ร่างแผนการควบคุมตรวจสอบสินค้า และร่างประกาศโฆษณาการรับขึ้นทะเบียน โดยผู้ขอดำเนินการในนามส่วนราชการ คือ ราชการจังหวัดปัตตานี ผ่านนายฐปนัท วงศ์ศานติบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี ในฐานะผู้รับมอบอำนาจ

น้ำบูดูสายบุรีไม่ใช่แค่เครื่องปรุงรสธรรมดา แต่คือ ตัวตนและภูมิปัญญาของชุมชนประมงพื้นบ้านชายฝั่งปัตตานี ที่ผูกพันกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และสายเลือดมลายูมาหลายชั่วอายุคน การที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รับบทบาทที่ปรึกษาโครงการในครั้งนี้ สะท้อนพันธกิจหลักของคณะฯ ในการนำองค์ความรู้วิชาการมาอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างเป็นระบบและยั่งยืน สอดรับกับ SDG 8 ด้านการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านการยกระดับสินค้าชุมชนที่มีรากฐานจากภูมิปัญญาสู่มาตรฐาน GI ระดับประเทศ SDG 11 ด้านชุมชนที่ยั่งยืนผ่านการปกป้องภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างเป็นทางการ และ SDG 17 ด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการบูรณาการพลังระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และชุมชนประมงพื้นบ้านในพื้นที่ภาคใต้อย่างแน่นแฟ้น

Scroll to Top