คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ต้อนรับเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ถึงวิทยาเขตปัตตานี 8 มิ.ย. 2569 ติดตามความก้าวหน้าโครงการวิจัย ที่ตั้งเป้าพลิกโฉมการศึกษาพื้นที่ชายแดนใต้
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย นำโดย นายเปโดร ซวาเลน (Pedro Zwahlen) เอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมคณะ รวม 3 ท่าน เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องมะปราง ชั้น 2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการวิจัย ” เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนไทยเชื้อสายมลายูในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านนวัตกรรมการจัดการศึกษาแบบพหุภาษาโดยใช้ภาษาแม่เป็นฐาน ” ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนจากสถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์อย่างเป็นทางการ


คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำโดย อาจารย์ ดร.ยูเนียนสาสมีต้า สาเมาะ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและยุทธศาสตร์ความเป็นเลิศ ผศ.ดร.ศรัณย์ลิตา โชติรัตน์ รองคณบดีฝ่ายนิเวศดิจิทัลและระบบคุณภาพ และอาจารย์วิมลรัตน์ รัตนญาติ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการและบริการสังคม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิจัยของคณะฯ และคณะนักวิจัยประจำโครงการอีก 3 ท่าน

โครงการวิจัยด้านการศึกษาพหุภาษาโดยใช้ภาษาแม่เป็นฐาน หรือ Enhancing Academic Achievement of Patani Malay Students in 3 Southern Border Provinces through Implementation of the Mother Tongue-based Multilingual Education ดำเนินการภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำกรุงเทพฯ กับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2569 ถือเป็นก้าวสำคัญของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการนำองค์ความรู้ด้านมนุษยศาสตร์และภาษาศาสตร์ไปแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างตรงจุด สอดรับกับ SDG 4 ด้านการศึกษาที่มีคุณภาพและเท่าเทียม โดยเฉพาะเป้าหมายการลดช่องว่างด้านการเรียนรู้ของเด็กกลุ่มเปราะบางและชนกลุ่มน้อยทางภาษา SDG 10 ด้านการลดความเหลื่อมล้ำ ผ่านการเปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนไทยเชื้อสายมลายูได้เรียนรู้ในภาษาที่ตนเองเข้าใจได้ดีที่สุด และ SDG 16 ด้านสังคมสงบสุขและยุติธรรม ผ่านการสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจระหว่างรัฐกับชุมชนในพื้นที่พหุวัฒนธรรม ซึ่งล้วนสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทอันโดดเด่นของคณะฯ ในฐานะสถาบันวิชาการที่ไม่เพียงสร้างองค์ความรู้ แต่ยังส่งมอบคุณค่าให้กับสังคมและชุมชนภาคใต้อย่างแท้จริง







