คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประกาศชัด — ” สิทธิมนุษยชนคือรากฐานสันติภาพพหุวัฒนธรรม ” เดินหน้าวิจัย บริการวิชาการ ครอบคลุม 14 จังหวัดใต้

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ( กสม. ) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ฉบับที่ 2 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมขนอมโกลเด้นบีช อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ถือเป็นการยกระดับพันธกิจสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชิดชัย อุดมพันธ์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ( กสม. ) นำโดย นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นผู้ลงนามพร้อม นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวแสดงความยินดีในพิธี
ในการนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชิดชัย อุดมพันธ์ กล่าวในพิธีว่า คณะฯ ในฐานะที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสังคมพหุวัฒนธรรม ตระหนักดีว่าสิทธิมนุษยชนมิใช่เพียงแนวคิดทางกฎหมาย หากแต่คือรากฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในความหลากหลาย พร้อมยืนยันว่าคณะฯ พร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือฉบับนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในทุกมิติ
กรอบความร่วมมือครั้งนี้ครอบคลุม 5 แนวทางหลัก ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรและรายวิชาด้านสิทธิมนุษยชน การวิจัยและแลกเปลี่ยนผลงานวิชาการ การส่งเสริมสหกิจศึกษาของนักศึกษา ณ สำนักงาน กสม. การให้คำปรึกษาเบื้องต้นแก่ประชาชนผู้ถูกละเมิดสิทธิ รวมถึงการขยายเครือข่ายสิทธิมนุษยชนครอบคลุม 14 จังหวัดภาคใต้ โดยมีกำหนดระยะเวลา 3 ปี
การลงนามครั้งนี้ยังเกิดขึ้นภายใต้บรรยากาศโครงการค่ายเยาวชนสร้างสรรค์วัฒนธรรมสิทธิมนุษยชน ระหว่างวันที่ 21 – 25 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ( กสม. ) โดยมีเยาวชนจากพื้นที่ภาคใต้ลงพื้นที่จริงศึกษาประเด็นสิทธิมนุษยชนใน 3 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนประมงพื้นบ้านบ้านในถุ้ง จังหวัดนครศรีธรรมราช ชุมชนบ้านหน้าถ้ำ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และชุมชนชาติพันธุ์ไทดำ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีวิสัยทัศน์มุ่งพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ทุกช่วงวัย และสร้างสรรค์ความมั่นคงของชุมชนภาคใต้อย่างยั่งยืน ด้วยสมรรถนะหลักที่ยืนหนึ่งเรื่องภาษาและเชี่ยวชาญการพัฒนาพื้นที่ ความร่วมมือกับ กสม. ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการลงนามในกระดาษ แต่คือการแปลงพันธกิจด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมที่จับต้องได้จริงในพื้นที่พหุวัฒนธรรมภาคใต้ สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ( SDGs ) โดยตรง ทั้ง SDG 4 ด้านการศึกษาคุณภาพผ่านการพัฒนาหลักสูตรและค่ายเยาวชน SDG 10 ด้านการลดความเหลื่อมล้ำโดยขยายองค์ความรู้สู่กลุ่มเปราะบางและชุมชนชายขอบ และ SDG 16 ด้านสังคมสงบสุขและยุติธรรม ผ่านการสร้างกลไกเฝ้าระวังและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ซึ่งล้วนสะท้อนถึงบทบาทของคณะฯ ในฐานะสถาบันวิชาการที่ไม่หยุดนิ่งอยู่แค่ในห้องเรียน


