สาขาประวัติศาสตร์ นำนักศึกษา ย้อนรอยอารยธรรมศรีวิชัย บุกโบราณสถานวัดพระธาตุนครศรี – เขาคา เปิดโลกเรียนรู้บูรณาการโบราณคดีปฏิบัติการ

หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำนักศึกษาออกเดินทางมุ่งสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ดินแดนแห่งอารยธรรมศรีวิชัย ในโครงการทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี เมื่อวันที่ 22 – 24 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา การเดินทางครั้งนี้ เป็นการบูรณาการเรียนในรายวิชา 425-344 โบราณคดีปฏิบัติการ ( Archaeological Practice ) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้นักศึกษาได้สัมผัสและสังเกตหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของจริงในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นศูนย์กลางความเจริญของคาบสมุทรภาคใต้และเมืองท่าสำคัญในอดีต การลงพื้นที่ครั้งนี้ช่วยให้นักศึกษาฝึกทักษะการวิเคราะห์และตีความตามระเบียบวิธีวิจัยทางโบราณคดี เชื่อมโยงความรู้จากเอกสารและตำนานเข้ากับสภาพแวดล้อมทางกายภาพจริง พร้อมทั้งปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

การเดินทางครั้งสำคัญนี้เริ่มต้นภารกิจสำรวจอย่างเต็มรูปแบบ ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ศูนย์กลางความศรัทธาและศิลปกรรมของภาคใต้ โดยนักศึกษาได้ศึกษาทั้งในส่วนพระบรมธาตุ ระเบียงคด วิหารทับเกษตร และพิพิธภัณฑ์วัดพระบรมธาตุ เพื่อวิเคราะห์พัฒนาการของพุทธศาสนาและงานช่างโบราณ ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปศึกษาต่อยังเรือนขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุชิ้นสำคัญมากมายของจังหวัดนครศรีธรรมราชและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งทำให้นักศึกษาเข้าใจภาพทัศน์ความรุ่งเรื่องของอาณาจักรที่สถาปณาขึ้น ณ พื้นที่แห่งนี้

ไฮไลท์สำคัญของการเดินทางในครั้งนี้ คือการลงพื้นที่โบราณสถานเขาคา อำเภอสิชล ในวันสุดท้ายของทริป ซึ่งถือเป็นแหล่งโบราณคดีที่สะท้อนการตั้งถิ่นฐานและอิทธิพลของลัทธิไศวนิกายที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง โดยนักศึกษาได้สำรวจ ” สวยัมภูลิงค์ ” หรือศิวลึงค์ตามธรรมชาติที่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขา ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ช่วยให้เห็นภาพความเชื่อมโยงระหว่างชัยภูมิและการประกอบพิธีกรรมโบราณได้อย่างชัดเจนมากกว่าการอ่านจากตำราเพียงอย่างเดียว

โครงการทัศนศึกษาครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้นักศึกษาบรรลุตามผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตรอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังถือเป็นการปลูกฝังเจตคติที่ดีและสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมผ่านการ “เห็นด้วยตา สัมผัสด้วยใจ” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างนักประวัติศาสตร์รุ่นใหม่ที่สามารถเชื่อมโยงความรู้เชิงทฤษฎีเข้ากับหลักฐานเชิงประจักษ์ได้อย่างมีเหตุมีผล ก่อนที่คณะทั้งหมดจะเดินทางกลับสู่มหาวิทยาลัยด้วยความสวัสดิภาพพร้อมคลังความรู้ที่อัดแน่นจากการลงสนามจริงในครั้งนี้

Scroll to Top