หลักสูตรสังคมสงเคราะห์ฯ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ. ทัศนศึกษาลงพื้นที่ 4 หน่วยงานสงขลา เสริมทักษะวิชาชีพจริง

หลักสูตรสังคมสงเคราะห์ฯ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ. รุกสร้างนักสังคมสงเคราะห์รุ่นใหม่ นำนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน 4 หน่วยงานหลักในจังหวัดสงขลา หวังเสริมทักษะวิชาชีพและเตรียมความพร้อมก่อนฝึกภาคปฏิบัติจริงในช่วงต้นปี 2569

หลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดำเนินโครงการ “ ศึกษาดูงานหน่วยงานด้านสังคมสงเคราะห์ ” นำคนักศึกษาจำนวน 48 คน ลงพื้นที่ทัศนศึกษาดูงานนอกสถานที่ ณ หน่วยงานในจังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 5 และ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้ภารกิจของหน่วยงานรัฐด้านสวัสดิการสังคม และเข้าใจบทบาทหน้าที่ของนักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพในการปฏิบัติงานกับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย อันเป็นการบูรณาการร่วมกับรายวิชา 444-208 เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก่อนเข้าสู่การฝึกภาคปฏิบัติ 1 ในอนาคต

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ช่วง โดยวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา นักศึกษาหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศึกษาเรียนรู้กระบวนการทำงาน ณ ทัณฑสถานหญิงสงขลา และศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน ภาค 5 จังหวัดสงขลา เพื่อเจาะลึกการสงเคราะห์และฟื้นฟูเฉพาะกลุ่ม และการดูแลผู้ใช้แรงงาน และในวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ได้เดินทางเข้าศึกษาดูงาน ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคใต้ จังหวัดสงขลา และสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสถาบันครอบครัว รวมถึงคุ้มครองสิทธิสตรี การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัว และการช่วยเหลือเยียวยาเหยื่อจากการค้ามนุษย์ตามหลักมนุษยธรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของคณะฯ ในด้านการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้นักศึกษามีจิตสาธารณะ ใฝ่ปัญญา และมีทักษะเชิงวิชาชีพที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความหลากหลายในสังคม เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมเสริมหลักสูตรนี้ให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการสร้างนักสังคมสงเคราะห์ที่มีคุณธรรมและจริยธรรมตามมาตรฐานวิชาชีพ

กิจกรรมครั้งนี้ คณาจารย์ร่วมดูแลอย่างใกล้ชิด โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์นัสรินทร์ แซสะ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ฐาณิดาภัทฐ์ แสงทอง ซึ่งการติดตามผลจะประเมินจากความรู้ความเข้าใจของนักศึกษาผ่านแบบประเมินผลการเรียนรู้จากการสัมผัสประสบการณ์จริงในหน่วยงานทั้ง 4 แห่ง เพื่อให้มั่นใจว่าบัณฑิตในอนาคตจะสามารถปฏิบัติงานบนพื้นฐานของความเท่าเทียมและเข้าใจอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นได้อย่างแท้จริง

Scroll to Top